| Sankamon's profile❉ CartoonninOPhotosBlogLists | Help |
|
June 29 ..Happy Happy Birthday in Cantu..ผ่านวันเกิดมาแล้วสี่วัน..
ปีนี้ได้ไปฉลองวันเกิดที่โคโม..
เรียกจะฉลองก้อไม่ได้สินะ..
เพราะไม่ได้มีเค้ก..ไม่มีอ่ะไรเลย
สเตขับรถจากเคนตู ไป โคโม่
เราสองคนไปนั่งอยู่ริมทะเลสาบโคโม่ยามค่ำคืน
...
...
พี่สเตหันมาถามว่าสวยมั้ย..
Happy Birthday baby..
ทำท่าจะโรแมนติก..
ถ้าไม่มีคุณยุงซานซาร่า มากัด แทบจะหามเลยก้อว่าได้
เอาเป็นว่า นั่งทำซึ้งกันอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาที...ก้อจรลี ขับรถกลับถิ่น
กินเหล้ากันคนละแก้ว แล้วกลับมานอนหลับเป็นตายกันที่บ้าน
ของขวัญวันเกิดจากสเต
สมเป็นสเตจิงๆ
เพราะเป็นคนชอบคิดว่าผู้หญิงชอบเสื้อผ้า..
วันเกิดใคร ของขวัญใครทีไร กุก้อเป็นซื้อเส้อผ้าให้ทุกที
คราวนี้ คิดไว้แล้ว ว่าต้องได้เสื้อผ้าจากที่รักกุแน่...
ไม่ได้มีเซอร์ไพส์อ่ะไรเลย เพราะพี่ท่านอดใจไม่ไหว เอาให้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลย
แล้วก้อจิงๆด้วย.. เป็นชุดสุดแซะซี่ สีดำมันเลื่อม 555+
ไว้ใส่ไปเที่ยวกลางคืน แต่คงใส่ที่โดฮาไม่ได้ เพราะกางเกงสั้นมากกกก
คุณชายแกบอกว่า เห็นนางแบบในหนังสือใส่แล้วสวย
เลยไปตามหาซื้อมา...
กุงเกงสั้นปิดจิโบ๊ะ...มีปักเลื่อมด้วยย
เอ่อ..นี่เมิงคิดว่าแฟนเมิงเป็นนท๊อปโมเดลรึไง
บอกเสร็จเรย ว่าให้ใส่กะรองเท้าส้นสูง แล้วก้อเสื้อสีดำข้างใน
เอ่อ...ครือ..
นางแบบอ่ะ เค้าหุ่นเพรียว ขาว หน้าฝรั่ง..
ก้อไม่อยากจะทำลายภาพฝันที่สวยงามของที่รักชั้นหรอกนะ
แต่สภาพวันนั้น เพิ่งตื่น..หน้าตาก้อไม่ได้แต่ง หัวก้อฟู...
พอกุใส่ไหงออกมา เหมือนแดจังกึม เวอร์ชั่นดำวะ
555+
สเตไม่ได้พูดไรมาก แค่ทำหน้าเหมือนจะอ้วก...
พูดเล่น มันก้อกระดี๊กระด๊า บอกสวยๆ
แน่สิ ลองบอกว่าไม่สวยสิ...หึหึ
เออ.. เล่าเรื่องทริปมั่งดีก่า..
ไปถึงวันที่ยี่สิบสอง..อย่างที่รู้กัน ว่าสเตเค้าติดทำงาน
เพราะฉะนั้นคนที่มารับเรา...คือม่า...แม่เค้านัน่เอง..
หึหึ
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี คุณแม่มาถึงก้อหอมทักทายปกติ
พยามพูดกะเรามากกกกกกก จิงๆ
แต่แม่คะ...ขอโทดด้วย หนูไม่เข้าใจเจงๆ
พอขึ้นรถ...ตอนแรกกัวเพราะไม่รู้จะคุยอ่ะไรกับเค้า
ปรากดว่า สบายหายห่วงเพราะแม่เค้าเอาลุงมาด้วย
เค้าเลยคุยกันจ๋อสองคน อีชั้นก้อนั่งหลับเนิบอยู่ข้างหลัง อิอิ..
แล้วแม่เค้าก้อพาไปหา ป้า ลุง และญาติคนอื่นๆ...หึหึ
เอาแล้วไง...ทำไงได้ นอกจากยิ้มอย่างเดียว..
แหะ แหะ...
พอกลับบ้าน ยังไม่ทันลงจากรถเลย
ซีเวียร์ แฟนพี่ชายสเตก้อมารอแล้ว..
บอก การ์ตูนๆๆ let's eatๆ
โหย..จิงๆเหนื่อยมาก แต่เค้าอุตส่าห์มารอ...เราเลยไปเปลี่ยนชุด
แล้วไปกะเค้า...สรุปแล้ว ไปนั่งดูบอล อิตาลี่ กะ สเปนแข่ง
เป็นครั้งแรกที่มาดูบอลท่ามกลางหมู่ชนอิตาลี่
โห....เค้ามันส์กันมากเลย จิงๆ
เรางี้มันไปด้วย...จังหวะยิงลูกโทษแล้วยิงเข้านะ..เฮกัน แบบว่า ได้ยินไปถึงสนามกันเลยทีเดียว หึหึ
สรุปแล้ว อิตาลี่แพ้ ทุกคนคอตก เงียบ เดินออกจากร้านไปด่าไป
สงสารจัง...
ระหว่างนั้น ก้อได้รับข่าวร้ายคือ...สเตที่เลิกงานแล้ว ตามหลักแล้วต้องนั่งรถไฟมาหา
ปรากดว่า ไปสาย ตกรถไฟ..
พี่ชายสเต แอนเดรีย เลยต้องขับรถไปรับ แปดชม.อ่ะ ถึงจะถึงบ้าน..
พอคุยกะสเต ถามว่าจะให้เราไปกะพี่ชายเค้าด้วยมั้ย
สเตบอก ไม่ต้องเบบี้ ยูมาจากกาต้า
กลับบ้านไปนอนพักผ่อนนะ เด๋วพุ่งนี้ประมาณเก้าโมงเช้า เค้าจะมาปลุก..
กรูด้วยความรักสเตมาก..
ก้อบอกไปทันทีเลยว่า OK baby
555+
ก้อมันเหนื่อยนี่หว่า..
สรุปแลว้ก้อกลับมานอน..
พอเช้า..ได้ยินเสียงเปิดประตู
ลืมตามามมอง...
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ใครวะ
หน้าเหมือนแฟนชั้น แต่ผมยาว หน้าผอม โทรมเชียว
อีสเต นี่เมิงไปเป็นพ่อครัว หรือเมิงไปรบเนี่ย
ไม่เจอกันเดือนเดียว ทำไมโทรมได้ขนาดนี้..
ดีนะ กุจำได้...ไม่ถีบซะ
กุไล่ไปตัดผมแทบไม่ทัน เค้าบอก เด๋วพุ่งนี้ไปตัด...ดีมากกกก
เค้าบอกว่า เค้ายังไม่ได้นอนเลย ทำงานเส็ด ก้อขึ้นรถไฟไปเจอที่ชายที่เจเนวา..
ระหว่างทางก้อต้องคุยกะพี่ชายตรอด...
ตอนแรกที่วางแผนไว้ ว่าจะไปมิลาน...เลยล้มเลิกไป
สงสาร ให้นอนแล้วกัน..
เลยนอน....ยาว... ตื่นอีกทีเย็นเลย หกโมงเย็น
แล้วก้อไปดูสเตแตะบอล...
เป็นบอลหมู่บ้าน แข่งกะหมู่บ้านข้างๆ
ต่างจังหวั๊ดดด ต่างจังหวัด...555+
แต่กอน่ารักดี..ลุงป้าน้าอา จูงลุกหลาน มาดูกันใหญ่
สรุป...แพ้เค้าอีกแล้ว..
เอ๊ะ...กุตัวซวยป่ะวะเนี่ยะ
เด็กปั๊มๆ เติมน้ำมันก่อนออกเดินทาง
สเตและเพื่อนตั้งแต่สมัยยังเยาว์
เล่นกีฬาเสร็จ ก้อต้องไปต่อยาเสพติด 555+
เค้าบอกว่า หลังจากเล่นบอล เค้ากะเพื่อนๆต้องมานั่งกินเบียร์กันต่อตรงนี้แหล่ะ
เราอ่ะไม่ได้กินกะเค้าหรอก เพราะไม่ชอบเบียร์
ก้อนั่งหน้าเอ๋อกันไป เพราะฟังเค้าไม่รู้เรื่อง
ถ่ายกะพี่ชายลุกก้า...น่าร้ากกก เดอะแก๊งค์
...กลับบ้านไปนอนดูหนังกัน
แอบถามสเต ว่ารู้สึกว่ารักชั้นมะไหร่..
เค้าบอก ตอนครั้งแรกที่เรามาบ้าน...เห็นแล้วรู้สึกดีมากมาย ที่เห็นเรานั่งอยู่ในบ้านเค้า
เลยรู้สึกว่ารักผู้หญิงคนนี้...
แหม อีห่า...นั้นกุก้อรักมันก่อนอ่ะสิ
ชั้นว่าชั้นรักแกตั้งแต่แกไปจากโดฮาแระ
ชิ ชิ พอวันถัดมา เราตื่นมาเที่ยงๆ
กว่าจะลากตาพิโกโล่ตื่นได้ โอโห...
พอเรียก ก้อยิ้มให้ แล้วก้อหลับต่อ..
เลยแกล้งเอาจุ๊บๆกะแฟนใส่ไปในกางเกงซะเลย...เฮียแกก้อยังไม่ตื่น
เวงจิงๆ
เช้าแล้วฮับ พี่สเต ตื่นได้แล้วฮับ
ตื่นๆ.... สามตัวมารุมปลุก...ก้อยัง....ไม่ตื่น
ขนาดนี้...ก้อยัง...ไม่ตื่น 555+
กว่าจะตื่น เล่นเอาจะบ่ายแล้ว..
แล้วเค้าก้อเลยออกไปตัดผม...ส่วนเราก้ออาบน้ำ สระผมที่บ้าน
สเตบอกว่า อาบน้ำเส็ดแล้วเดินไปหาเค้านะ
บอกทางเสร็จสรรพ...เราก้อเออๆ กุยิ่งรู้ทางในหมู่บ้านเมิงอยู่
หลังจากอาบน้ำ สระผม..ออกเดินทางไปหาสเตกัน!!
ผลเป็นอย่างที่คิดเลย..
คือ ลืมทาง..
จำได้ว่าสเตบอกทางจนถึงซุปเปอร์... แล้วไงต่อวะ
ลืมสนิม
นั่งเป็นหมาหงอยอยู่หน้าซุปเปอร์ซักสิบนาที ก้อตัดสินใจถามคนแถวนั้นด้วยภาษาใบ้..
และแล้วในที่สุด ก้อหาเจอ เย้ๆๆๆ
เจอแว้ววววววววววว.... หอมที เก่งมาก!!
โฉมใหม่ หน้าใสกิ๊กเชียว
จากนั้นเราก้อเดินทางไปมิลาน..
เพราะตั้งแต่มาเนี่ยะ ยังไม่เคยเข้าเมืองกะเค้าเลย
สเตหน่ะ ดูก้อรู้ว่าเหนื่อย แต่ก้อบอกไปๆ พาเราไปเที่ยว..
ก่อนไป แม่สเตโทรบอกว่าทำลาซานญ่า ไว้ให้การ์ตุน
เราเลยกลับบ้านไปกินข้าวกลางวันกัน..อิอิ
อิ่มแล้วก้ออกเดินทางกันดีก่า...
อิอิ
เย่ๆๆ ออกเดินทาง..
แอบใส่กางเกงเลเหมือนกัน อิอิ
มาถึงตรงนี้ ไม่ไหวแล้ว..
ไม่ใช่อ่ะไร ลาซานญ่ามันดัน...ปวดอึมากกกก
เลยได้ที ทำเนียบเข้าไปในห้าง..
เส็ดกิจ สเตเลยพาไปกินอ่ะไรเย็นๆ แก้ร้อน
ร้านน่ารักมาก แต่งสวยเลยทีเดียว
แต่สภาพเราสองคนนี่ เค้าให้เข้าร้านได้ไงวะ
กางเกงเล สายเดี่ยวกันเลยทีเดียว
ร้านเก๋ๆ
รอเครื่องดื่ม อย่างใจจดจ่อ สเตสั่งให้ เป็นคอฟฟี่ผสมไบเล่.. โหยยย อยากกินนน
ได้แว้วววว.....ยั่มๆๆๆ
ลิฟท์ในห้าง สีเริดมากกกก
อิ่มแล้วก้อเดินทางกลับกันดีก่า...ไม่ไหวแล้ว
สเตก้อเหนื่อยมากมาย หน้าแบบว่า ไม่ไหวแล้วอะ
เรานอยเลย กัวเค้าไม่มีความสุข...แต่เค้าก้อบอก เค้ามีความสุขนะ แต่เหนื่อยเท่านั้นเอง
เดินนำเลยนะ
กลับบ้านมา นอนกันอีกหนึ่งตื่น
กว่าจะไปดูพี่ชายสเตแตะบอลได้...ก้อเลิกกันแล้วพอดี อิอิ
คืนนั้นเป็นคืนวันที่ยี่สิบสี่ เข้ายี่สิบห้า...
พอใกล้เที่ยงคืน สเต ก้อขับรถพาไปโคโม่...อย่างที่เล่าไปตอนแรก..
จากนั้นก้อกลับมานอนตายกันที่บ้าน
เหนื่อยชิงๆ...
ตื่นมา วันรุ่งขึ้น..เป็นวันเกิด
แล้วก้อเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องอยู่ที่นี่ด้วย
เศร้าจัง ยังไม่อยากกลับเลย..
สเตพาไปหาคุณยาย ซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เพราะขาหัก
ไปถึงเราก้อไปสวัสดี แล้วก้อกอดๆ เห็นคุณยายแล้วสงสาร
คนแก่ต้องมาเจ็บเข้าเฝือกเนี่ยะ คงทรมาณน่าดู
เราก้อเลยไปนวดๆ กอดๆ
ปรากฎว่าคุณยายชอบเรามาก...หอมเราใหญ่ บอกว่าน่ารักจังเลย
แล้วก้อให้ป้าไปหยิบของมาให้เรา
เป็นเจ้าสิ่งนี้..
เป็นคุณกรอบรูปที่ข้างใน เป็นผ้าปักรูปนก
สเตบอกว่า นกพวกนี้ จะบินมาที่หมู่บ้านทุกปี มาทีเป็นพันๆตัว
แล้วก้อจะบินไปอีกที ตอนหน้าหนาว..
ซึ้งใจมาก...ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่เริดมากๆอีกชิ้นนึงเลย
จากนั้นก้อกลับบ้านไปกินข้าวกะแม่อีกรอบ
ก่อนออกเดินทางไปโคโม่..
นึกว่าจะไม่ได้ไปตอนกลางวันซะแล้ว เพราะดูสเตเหนื่อยมาก
แต่เค้าก้อพามา เพราะรู้ว่าเราชอบเมืองนี้..
Como...สวยเหมือนเดิม
มาม่าก้อไปโคโม่ด้วย...ไปถึงแล้วก้อยื่นถุงให้ถุงนึง
บอกว่า Happy birthday
อุ้ย...งงเลย ไม่คิดว่าแม่เค้าจาซื้อของให้
เปิดมาเป็นเจ้านี่ค่ะ..
กระโปรงสีขาว น่ารักมากๆ
ขอบคุณน๊ะค๊ะ คุณแม่
ไปโคโม่คราวนี้ สเตก้อซื้อของให้เหมือนเดิม
เพิ่งรู้งานนี้หล่ะ ว่าพิน๊อคคิโอ้ เค้าเกิดที่โคโม่นะคะ
มิน่าหล่ะ..หุ่นไม้เต็มเมืองเลย
ของฝากจากสเต
และแล้วก้อถึงเวลาต้องเดินทางกลับจริงๆ
ไฟล์เราออกตอนสี่ทุ่มกว่า
ควรจะไปถึงตอนสามทุ่ม...
จิงๆ สเต ต้องกลับตอนสองทุ่ม เพราะรถไฟออกเวลานั้น..
แต่อยากไปส่งเรา เรยไปอ้อนให้เพื่อนขับรถไปส่งให้
เพื่อนก้อดีเน๊อะ ขับรถไปหกชม.ให้....
สรุปแล้ว อีตั๋วรถไฟที่ซื้อมา ไม่ได้ใช้เลยทั้งไปแระกลับ...เวงชิงๆ
มาถึง gate
คราวนี้ไม่ร้องไห้แล้วแฮะ..
บ๊าย บาย....เจอกันเดือนหน้าน้า...
กลับมาถึงบ้าน ได้ของขวัญอีกสองสามชิ้น
จากน้อง เอ และ เตย
น้องให้กล่องใส่ของน่ารักมากมาย
ชุดนอนสุดคิ๊กขุ จากเตย
ชอบทุกชิ้นเลย...แต่ที่กรี๊ดกร๊าดสุด เห็นจะเป็น
แต่...แด๊...
เรียนภาษาอิตาลี่ ใน สิบห้านาทีต่อวัน
ของขวัญจาก เอ...
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ชอบมาก
ไว้จะอ่านทุกวันเลยยยย
หุหุ...
ขอบคุณทุกคนน๊ะค้า
ขอบคุณเค้กจากคุณแม่ด้วย..
อร่อยมากมาย..
เฮ้อ...
27 แล้วค่า....
-__-" June 21 ..หนังสือ กับ เพลง..วันนี้ ทุกคนออกไปบินยาวกันหมด..
เตย ไปซูริค...สี่วันแหน่ะ..กลับมาเราก้อไปอิตาลี่แล้ว
น้อง ไปเดลลี...กลับมาเจอะเราแว๊ปนึง
ใน msn เจี๊ยบโบ ก้อไม่ได้ออนไลน์
ก้อตีสามแล้วนี่เน๊อะ..
อยู่บ้านคนเดียว วันนี้...
เหงาแฮะ..
เอาเพลงจากแผ่นซีดี ที่เอกให้(ยืม)มาเปิดฟัง..
ห่า...
เหงากว่าเดิมอีก..
555+
พูดถึงเพลง..
ช่วงที่เราอยู่เมืองไทย สมัยตอนเรียนเป็นอ่ะไรที่ฟังเพลงเยอะมาก
ตั้งแต่มัธยมแล้ว..
จำได้ว่า...ได้เงินอาทิตย์ละห้าร้อย..
ถือว่าเยอะพอสมควร เพราะค่ารถไปกลับก้อแค่เจ็ดบาท
ค่าข้าวกลางวัน ก้อจานละสิบห้าบาท..
แต่เงินไม่เคยเหลือ...
เพราะทุกอาทิตย์ ต้องซื้อเทป..(โห โชว์แก่เลย...ตอนนั้นมันมีแต่เทปอ่ะ)
ม้วนละ 80 บาท จำได้เลย..
วงไหนออกใหม่...จะซื้อหมด
พร้อมกับซื้อขนมกล่องไปสองสามอัน..
กลับมาถึงบ้าน...เข้าห้อง โยนกระเป๋า เอาเทปยัดใส่วิทยุ
กระโดดขึ้นเตียง แล้วนั่งอ่านเนื้อเพลงตาม...
กะอีกอย่างที่เราจะเสียงเงินไปกะมัน
คือ หนังสือ...
หนังสือทุกประเภท...
เราชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ
อ่านตามพ่อ แม่....
แรกๆเป็นพวกขายหัวเราะ สวนเด็ก หนูจ๋า เบบี้
หนังสือเรื่องสั้นอันแรกๆที่เริ่มอ่าน คือ พวกหนังสือนอกเวลา
เรื่องแรกที่อ่าน คือเรื่อง เด็กวัด...จำได้ว่า สนุกมาก อ่านแล้วขำไม่หยุดเลย
เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก...ก้อชอบ...
เวลาอ่าน เราจะชอบจินตนาการเป็นฉาก เพราะคนเขียนจะบรรยายไว้ละเอียดละออ น่ารักมากๆ
ข้างหลังภาพ เป็นเรื่องแรก ที่เราร้องไห้เพราะอ่านเรื่องสั้น...
อินมาก...สงสารคุณหญิง จำได้ว่าร้องไห้อยู่เป็นครึ่งชม.เลย...
บางครั้งพอแม่เรียกลงมากินข้าวเย็นแล้วตกกะใจ
ทำไมลูกสาวร้องไห้...
พอบอกแม่ว่า อ่านหนังสือแล้วร้องไห้...สงสาร
แม่กุฮาซะงั้น 555+
จนตอนนี้...ตู้ไม้สีน้ำตาลกระจกใสในห้อง...ก้อยังเต็มไปด้วยเทปเพลงของเรา
ตู้เสื้อผ้าชั้นล่างใหญ่สุด...อัดแน่นไปด้วยหนังสือ และ นิตยสาร
ไม่ได้กลับ ไม่ได้เปิดนานแล้ว....ไม่รู้ป่านนี้ ปลวกจะกินรึยัง
แต่ในตอนนี้...เวลาฟังเพลงเก่าๆ
เพลงที่ฟังแล้วจะรู้สึกดีที่สุด คือช่วงมหาลัย..
เพื่อนมหาลัย เป็นอ่ะไรที่ มากกว่าคำว่าเพื่อน..
การที่มันนั่งกินเหล้ากัน ก้อต้องมีเพลง มีการเล่นกีตาร์ร้องเพลงไปด้วย
แล้วเพลงที่ร้องกันในวงเหล้านี่หล่ะ...
ฟังกี่ที...ก้อรู้สึกมีความสุข
เปรี้ยวปากขึ้นมาตะหงิดๆ.. 555+
ต้องยอมรับอีกเรื่องจิงๆ
ว่าเพลงที่ฟังกะต้อง...เป็นเพลงที่ฟังแล้วนึกถึง ก้อมีความสุขทุกที
เพราะมันเป็นคนชอบฟังเพลง
เพลงที่มันเปิดให้แต่ละเพลง นอกจากเพราะแล้ว...มันก้อรวมความรู้สึกดีๆในตอนนั้นไปด้ววย
พอเปิดฟังอีกที....
หวิวๆดีแฮะ
555+
พล่ามมาถึงไอ้ต้องได้ไงเนี่ย...
พูดแล้วก้อคิดถึงตอนมหาลัยหว่ะ
ปีห้า มันสุด..
ทำแบบอยู่...พี่โอ๊ะเอ๊ะ ก้อหิวเหล้าแสง พร้อมมิ๊ก
มาแหกปากเรียกกินเหล้า...
เมา ถึงเช้า สว่างทุกที...
เมาแล้วก้อนอย เป็นปกติ..
ช่วงนั้นมันดีเน๊อะ
ยัยโอ๊ะเอ๊ะ..เอ๋...นังปิ๊ง...พี่จ๋า
ว่างๆไปนั่งกินแสงโสมเหรียญทองที่คณะกันเหอะ
พี่โอ๊ะเอ๊ะ...เทออย่าเมาแล้วร้อง กินอ่ะไร กินอ่ะไร กินอ่ะไรไปกินเอมเค อีกนะ
พี่จ๋า...อย่าเมาแล้ววิ่งกอดคนนั้นคนนี้อีกหล่ะ
อีเอ๋...เมิงก้ออย่ามาร้องไห้ให้คนทั้งห้องปลอบหล่ะ
นังปิ๊ง..อันนี้ไม่เมา ก้อโวยวายอยู่แล้ว เมาแล้ว ไปกันใหญ่
ส่วนกุ...สัญญาว่าจะไม่นอย
555+
คิดถึงหว่ะ ปล.อีกสองวันจะได้ไปหาสเตแล้ว....เย้ๆๆๆๆ
นั่งนับถอยหลังกันใหญ่..
คนโน้นยิ่งหนัก นับถอยหลังเดือนตุลาที่จะไปเมืองไทยด้วยกันแล้ว
Mi Manchi...my Piccolino.. June 20 ..ในที่สุด..ในที่สุด...อีกสามวันเท่านั้นค่ะ
เราก้อจะได้ไปเจอสเตแล้ว...
กว่าจะได้ไปคราวนี้ หืดขึ้นคอจริงๆ..
ก้อวีซ่าอ่ะสิ..
กว่าจะได้..เล่นเอาเสียน้ำตาไปหลายปี๊บ..
คือว่า..
เรื่องของเรื่อง..เราไปทำเรื่องขอวีซ่าไปอิตาลี่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว
ไอ้ตัวเราเองก้อไม่คิดว่ามันจะยากเย็นอ่ะไร
เพราะคนมันเคยได้มาแล้วรอบนึง
รอบที่สองน่าจะง่าย..
ที่ไหนได้...
พอส่งเอกสารไปสถานฑูตสามวันได้..
กะลังนอนอยู่ที่วอชิงตัน ตอนตีหนึ่ง..ก้อมีโทรศัพท์มาจากโดฮา
เห็นว่าเป็นเบอร์สถานฑูต อิตาลี่ เลยรับ..
ปลายสายเป็นคุณลุงเสมียน..บอกว่าให้เราเข้ามาสถานฑูตเพราะหลักฐานมีปัญหา
เราก้อ อ่ะไรวะ มีปญหาอ่ะไรอีก...
พอกลับไปถึงโดฮา...ก้อเลยเข้าไปที่สถานฑูต
ตกลงว่า เจ๊แกจะเอาหลักฐานที่เกี่ยวกะสเตใหม่ทั้งหมด...
แถมมากกว่าครั้งที่แล้วอีกต่างหาก
จะเอา ID พร้อมลายเซ็นของสเต แล้วก้อร่ำๆ ว่าจะเอาจดหมายหอกอ่ะไรก้อไม่รู้ จากสถานีตำรวจที่นั่นอีกตะหาก
อ้ยยยย...
เราฟังแล้วถอดใจ หน้างี้ ไปแล้ว..
เพราะว่า ที่ทำงานที่คุณชายเค้าทำงานอยู่ตอนนี้
อยู่แบบว่า หลังเขามากกก
รถบัสมีเช้าคัน เย็นคัน..
ไม่มีอินเตอร์เนตคาเฟ่
อยากเข้าเมืองเหรอ...รอรถบัสรอบแปดโมงเช้ารอบเดียว...
แล้วตอนนั้นอ่ะ จะเที่ยงแล้ว...
จะเอาหลักฐานอ่ะไรแบบนั้น...มันลำบากมากมาย
เราถามว่า หลักฐานอ่ะ เหมือนเดือนที่แล้วที่ชั้นมาขอเลย
ชั้นเพิ่งมาขอไปเมื่อวันที่สิบ เดือนที่แล้ว
คุณไปค้นให้หน่อยได้มั้ย เพราะว่าทางโน้นเค้าส่งมาลำบาก
เจ๊แกตะคอกใส่ บอกโอ้ยยยย จะให้ไปค้นได้ไง เอกสารที่นี่ตั้งมากมาย..
เราก้อได้แต่คิดในใจ...ว่าเจ๊จัดเรียงเอกสารวีซ่ากันยังไงหล่ะ
ถ้าจัดตาม number มันก้อไม่น่าจะหายาก นอกจากเมิงจะขี้เกียจ... ชิ
ตอนนั้น น้ำตาเราไหลแล้ว...เพราะรู้สึกว่า ไม่ได้วีซ่าแน่ๆแบบนี้..
เจ้ผมทอง (ที่สเตเรียกว่าเจ๊ bitch 555+) แกเห็นเข้า
เลยเรียกเข้าไปอีกห้องนึง แล้วถามว่ามีปัญหาอ่ะไร
เราก้อเล่าให้เค้าฟัง..
เค้าบอก เค้าขอคุยกะสเต..
คุยไรกันก้อไม่รู้..
พอเราเอามาคุยกะสเตอีกที...ก้อด่าใหญ่เลย
บอกว่างี่เง่ามาก..
แต่ยังไงเค้าก้อต้องส่งเอกสารไปให้ เพราะเราจะไม่ได้หาเค้าไม่ได้..
^_^
โชคดี ที่สเต off พอดีวันนั้น..
เค้าเลยต้องไปขอยืมรถเพื่อน..
ขับรถเข้าไปในเมือง สี่สิบห้านาที...
เพื่อส่งแฟกซ์หลักฐานสองฉบับ...ซึ่งทางสถานฑูตมีอยู่ใน profile เก่า แต่ไม่ยอมค้นให้..
แต่ก้อดี...ที่ร้านมีอินเตอร์เนต เราเลยได้แชตกันด้วย
อิอิ...
ตอนที่สเตส่งแฟกซ์อ่ะ เราอยู่บ้านแล้ว..
พอส่งเป็นเวลา 2.05 นาที...
สถานฑูตปิด 2.00
เราโทรไป คุณสเมียนคนเดีมรับ
เราบอกว่า ให้ช่วยเช๊คให้หน่อยได้มั้ย ว่าแฟกซ์ไปถึงรึยัง
ถ้าไม่ถึงเราจะได้บอกให้คนของเราส่งไปให้ใหม่...
ลุงแกบอกว่า สถานฑูตปิดแล้ว...โทรมาถามใหม่พรุ่งนี้แล้วกัน
ปิดแล้ว?...
แล้วเมิงยังอยู่เนี่ยะ เช๊คให้หน่อยได้มั้ยอ่ะ..
คือ ถ้าพุง่นี้โทรมาเช๊คแล้วแฟกซ์ไม่มา
แฟนชั้นต้องขับรถไปในเมืองอีกสี่สิบห้านาที เพื่อส่งให้ใหม่ใช่มั้ย...
ไม่ทันได้ด่าหรอก...ลุงแกวางหูไปก่อน..
เช้า..แปดโมงครึ่ง..
โทรไป...ลุงคนเดิมรับ..
เราถามเรื่องแฟกซ์..
คำตอบที่ได้รับคือ...อีกครึ่งชม.ให้โทรมาใหม่...
สถานฑูตยังไม่เปิด...
เออ...ไม่โทรแล้ว กุไปเลยดีกว่า..
ยังไงก้อต้องเอาพาสปอร์ตไปทิ้งไว้อยู่แล้ว..
บ่ายโมง...
สรรกมล ไปถึงสถานฑูต.. ลุงแกเห็นหน้าเรา ก้อตะโกนบอกเลย
ว่าได้แฟกซ์แล้วนะ...
น่าน..รู้ด้วยว่าเป็นกุ
แลวก้อบอกว่า มาใหม่พุ่งนี้เช้า เอาพาสปอร์ตมาทิ้งไว้...แล้วบ่ายพุ่งนี้ ให้มารับคืนได้
เราก้อเออ...นั้นกุทื้งไว้วันนี้เลยได้มั้ยอ่ะ...
ไม่งั้นก้อต้องเสียค่าแท๊กซี่มาอีกทีอ่ะนะ..
แกก้อ...เออๆ ได้...บ่ายพรุ่งนี้มารับแล้วกัน..
อ่า...เช...โล่งอก..
แต่ก้อรู้สึกว่าจะต้องมีปัญหาอ่ะไรบางอย่างตะหงิดๆ
นึกออกป่ะ..มันมีลางสังหรณ์ว่าจะไม่ได้ หรือจะมีปัญหาแน่ๆ...
คืนนั้น..ไปบินดูไบ
กลับมานอน...ตื่นบ่ายโมง
แท๊กซี่มารับบ่ายครึ่ง..ไปถึงอีกห้านาทีบ่ายสอง..
พี่ยาม (ซึ่งเป็นเพื่อน สเต..พระเอกของเราในวันนี้) ก้อบอกให้รีบวิ่งเข้าไปเพราะจะปิดแล้ว
เราก้อรีบเข้าไป..ยืนโง่อยู่ที่เคาเตอร์ประมาณห้านาที
ตะโกน โทดนะคะ โทดนะคะ ก้อไม่มีใครออกมา
เดินไปหาพี่ยาม บอกว่าไม่มีใคร...พี่ยามก้อโทรตามให้..
ลุงคนเดิม..เดินออกมา..บอกว่า
วีซ่า ยังไม่เสร็จ..ให้มาใหม่วันอาทิตย์ (วันนี้วันพึหัด..และวันศุกร์-เสาร์ เป็นวันหยุดของกาต้า)
เราก้อบอก ว่ายังไม่เสร็จได้ยังไง..ก้อยูนัดชั้นมารับบ่ายวันนี้..
ลุงบอก..ชั้นไม่ได้พูด
เราก้อเถียง บอกคุณอ่ะ พูด...บอกเลยว่าให้มารับวันนี้
แล้วชั้นจะเดินทางวันอาทิตย์...คุณจะให้ชั้นมารับวีซ่าวันอาทิตย์ได้ยังไง
ลุงแกมองหน้า... ระหว่างนั้นโทรศัพท์ก้อดัง
ลุงแกรับโทรศัพท์...แล้วเดินเข้าไปให้ห้อง ทำนั่นทำนี่ ไม่สนใจเรา...
เราก้อยืนรอ...ว่าเค้าจะว่าไง..
รอ...จนพี่ยามเดินมา..
แล้วหันไปถามลุง ว่าอ่ะไรเนี่ยะ ทำไมให้เรายืนรอแบบนี้
ลุงแก ก้อ เดินมาหาเรา..บอกว่า อ่ะ เอา passport ยูคืนไป วันอาทิตย์มาใหม่...
เราก้ออ่าว....
ไม่ได้นะ ชั้นเดินทางวันอาทิตย์..
ลุงแกทำหน้าหงุดหงิดใส่เรา...แล้วบอกว่า no answer no answer
ประมาณว่า จะไม่คุยด้วยอีกแล้ว...
เราก้อเอ้ยย อ่ะไรวะ กุไม่ได้เพิ่งมาทำ
ได้ข่าวว่ามายื่นไว้สามอาทิตย์ได้แล้ว..
เมิงทำงานกันช้า แล้วไง กุขอวีซ่าไม่ทัน เมิงจะไม่ทำอ่ะไรกันเลยใช่มั้ย
พี่ยาม พระเอกของเรื่อง
ก้อหันมาบอกเรา บอกว่า ไว้มาใหม่วันอาทิตย์ตอนเช้าแล้วกัน..เด๋วจัดการให้
เราบอกว่า เรามีไฟล์วันอาทิตย์ กลับมาถึงบ้านคงเก้าโมง แล้วไฟล์ออกบ่ายโมง ซึ่งหมายความว่า เราต้องไปถึงแอร์พอร์ตสิบเอ็ดโมง
แล้วเราจะมาเอาวีซ่าที่นี่ได้ยังไง... (คือ สถานฑูตมานไกลมากอ่ะ)
พี่ยามก้อทำหน้าหมดปัญญา...แล้วส่ายหัว
นาทีนี้...เราแบบ
ไม่ไหวแล้วจริงๆ
เหนื่อยมาก..มาที่นี่สี่ห้ารอบแล้ว..
สุดท้าย เราจะไม่ได้วีซ่าใช่ไหม
ให้ทำอ่ะไร เราก้อทำ สเตก้อทำ..
เสียค่าแท๊กซี่มาสถานฑูตทีนึง เป็นพัน..
ตกลง จะไปไม่ทันวันที่ 22 ใช่ไหม...
เราต้องเสียเวลาอยู่กับสเตอีกวันนึง..เพราะความไม่รับผิดชอบ ขี้เกียจของคนที่นี่ใช่มั้ย...
ตอนนั้น..รู้เลย ว่าหน้าเราเสียมาก..
เราหันหลัง ตัวนี่แทบจะทิ้งตรงนั้นเลย
เราเหนื่อยมากจริงๆ...
ร้องไห้...น้ำตาไหลๆๆ ไม่ไหวแล้ว
ทำไมคนที่นี่ใจร้ายเหลือเกิน...
พอกำลังจะเปิดประตู..
พี่ยามก้อเรียก...
เราหันไป...
พี่ยามบอก...เอาพาสปอร์ตยูมานี่..
เราก้อ...หา..อ่ะไรนะ
เอามาเร็วๆ พาสปอร์ต ยูอ่ะ...
เราปาดน้ำตา...เอาพาสปอร์ตยื่นให้พี่ยาม
เฮียแกเดินเข้าไปในห้อง...ห้องเดียวกะตาลุงเสมียนโรคจิต
โวยวาย โหวกเหวก...ว่าอ่ะไรไม่รู้หรอก เพราะเป็นภาษาอิตาลี่..
แต่ได้ยินคำนึงว่า this young lady
แล้วก้อวิ่งไป วิ่งมา..
ตะโกนเรียกคนข้างนอก ประมาณว่าให้รอก่อนๆ คิดเอาเอง ว่าคงตะโกนให้หัวหน้าหรือท่านฑูตรอก่อน ให้มาเซ็นวีซ่าให้เราก่อน..เพราะวีซ่า ต้องมีลายเซ็นเค้า
ระหว่างนั้น ก้อหันมาหาเรา...
ชูนิ้วโป้งให้หนึ่งที แล้วบอกว่า dont cry everything gonna be ok
โอ้โห.....บอกตรงๆ ตอนนั้นรู้สึกว่าพี่ยาม เท่ห์มากกกกกกกกก
จำได้ว่า ยิ้มแบบ...ติ้นตันมากๆจริงๆ
ห้านาทีได้...
ลุงโรคจิต กะพี่ยามสุดเท่ห์ ก้อออกมาช่วยกันแปะวีซ่า ลงพาสปอร์ตเรา..
ลุงวิ่งเอาไปปั๊มสแตมป์ตรา...
แล้วยื่นให้พี่ยาม แล้วก้อเดินบ่นงุบงิบๆเข้าไปในห้อง..
พี่ยามสุดเท่ห์...เดินเอาพาสปอร์ตมาให้เรา...
แล้วก้อบอกว่า dont cry ok..
เรายิ้ม....กว้างมากก....
ขอบคุณ..ขอบคุณพี่ยามจิงๆ
กลายเป็นคนที่ไม่ได้ทำงานในออฟฟิตเป็นคนมาทำวีซ่าให้เรา
กลายเป็นพี่ยาม ทีเห็นว่าเราพยามแค่ไหน
กลายเป็นพี่ยาม ที่เข้าใจสถานการณ์และปัญหาของเรา
บางที...หน้าที่การงาน การไม่ได้ทำให้สมองคนพัฒนาได้เลยนะ..
ครั้งนี้ ได้เจอทั้งคนที่แย่มากๆ
และดีมากๆ เหมือนกัน..
โชคดี ที่มีพี่ยาม
โชคดี ที่พี่ยามเป็นเพื่อนสเตฟาโน่
โชคดี ที่พี่ยามเป็นคนจิตใจดี
โชคดี ที่ (คิดว่า) พี่ยามแพ้น้ำตาผู้หญิง 555+
กลับมา คืนนั้น คุยกะสเต...
เฮียแกก้อบ่นตามปกติ...ว่าทำงานเหนื่อยมากวันนี้ เพราะไม่ได้พักเลย
แต่เค้าก้อได้ข่าวดี...คือเราได้วีซ่าแล้ว..
เราบอก สามวันก้อได้เจอกันแล้วนะ..
สเตบอก..ไม่ใช่นะ สองวันครึ่งต่างหาก..
อิอิ...จริงของมัน
ปัญหาคือ...เราออกจากนี่ บ่ายโมง วันที่ 22
จะถึงที่นั่น ประมาณ สองทุ่ม ของวันที่ 22
สเต ขอลางานได้ 23-25
เพราะฉะนั้น... 22 เคายังทำงานอยู่ เลิกงาน เที่ยงคืน..
นั่งรถไฟ..ไปต่อที่ปิซ่า...แล้วไปต่อที่เจนีวา.. นั่งกลับมาลงโคโม
รวมเวลา 6-7 ชม... (เท่าเราบินจากโดฮาไปอิตาลี่เลย...อิอิ)
สรุปแล้ว...เค้าจะมาถึง 23 ตอนเช้า...
สรุปแล้ว... สรรกมล ต้องให้พี่ชายสเตไปรับจากสนามบิน และมารอสเตที่บ้าน หนึ่งคืน
สรุปแล้ว...กรู ต้องอยู่กะแม่สเต..หนึ่งคืน โดยปราศจากลูกชายของเค้า
ได้ข่าวว่า...เจอกันครั้งที่สอง
ได้ข่าวว่า...แม่เค้าไม่พูดภาษาอังกิด เลยยยยยย
แล้วก้อได้ข่าวว่า...กุก้อพูดภาษาอิตาลี่ ไม่ได้ซะด้วย...
จาอยู่กานยางงายว้า....
กะว่า...จะกินบนเครื่องให้อิ่ม..
ไปถึงบ้านสเต...อัดนอนยาวววเลย...
ถ้าต้องไปนั่งกินข้าวกะแม่สเต...เอ่อ...คงมันพิลึก..
แหะ แหะ..
เหนื่อยจัง...
เจอกันคราวนี้...
เหนื่อยทั้งคู่..
แต่ก้อทำ...
ก้อรักนิเน๊อะ...
^_^
..Ti amo..
June 17 ..วันดีๆ..วันนี้..อารมณ์ดีมากมาย
เพราะอ่ะไรอ่ะเหรอคะ
เพราะรู้สึกว่า เด๋วนี้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา
ตั้งแต่เริ่มสวดมนต์...
สวดมนต์...
เราเริ่มสวดมนต์ได้สองอาทิตย์ได้แล้ว..
ที่เริ่มสวด..เพราะคุยกะลุกเรือไทย ชื่ออ้อม
เค้าเล่าเรื่องอานิสสงของการสวดมนต์..
ตัวเราเอง..อยากสวดมานานแล้ว...คือใจอ่ะ อยาก
แต่ขี้เกียจก้ออ้างนั่นนี่โน่น ว่าเหนื่อย..
พอวันนั้น...เกิดอ่ะไรไม่รู้ดลใจ
รู้สึกว่า ตัวเองหน่ะ ไม่ได้ทำบุญกะวัดกะพระสงฆ์กะเค้าหรอก
แต่ชอบทำบุญแบบ ให้..ให้คนนั้นนี้โน้น..
แล้วก้อมาคิดว่า...หากการสวดมนต์ได้บุญจริงๆก้อน่าสวดนะ
ประเด็นหลักคือ อยากให้ตัวเองมีสมาธิมากกว่านี้...
ตั้งแต่ทำงานนี้ รู้สึกว่าสมองทำงานช้า สมาธิสั้น..
หนังสือ ที่เคยชอบอ่านเป็นเล่มๆ เด๋วนี้ก้อเริ่มดูแต่รูปแระ..
จดจ่อกับอ่ะไรไม่ได้นาน..(นอกจากการเขียน Blog อิอิ)
ทีนี้ เราก้อเลยอยากจะทำอ่ะไรพํฒนาตัวเองขึ้นมาบ้าง
กลับบ้านวันนั้น เลยถามน้อง ว่ามีหนังสือสวดมนต์บ้างไหม..
น้องบอกว่ามี...
เราเลยขอยืมมา..
เป็นบทสวดบูชาพระพุทธคุณ
แล้วก้อมีบทอื่นๆอีกมากมาย จบด้วยการแผ่เมตตา
มีบทนึง ท่านให้สวดมากกว่าอายุหนึ่งรอบ...เรายี่สิบหก...ก้อต้องสวดยี่สิบเจ็ด
สวดเยอะไม่ได้ว่าอ่ะไรหรอกนะ
ประเด็นคือ...
สมาธิสั้นอย่างอีชั้น....
พอสวดได้ซักห้าหกบท..
เวงแล้ว...มะกี้บทที่เท่าไหร่วะ..
สรุปแล้ว วันนั้นสวดไปกี่จบกะก้อไม่รู
แต่ก้อดีขึ้นทุกวัน..
จงๆแล้วแต่วัน วันไหนเเหนื่อยๆ ก้อหลุดอีก...มะกี้จบที่เท่าไหร่แล้วหว่า
วันไหนนิ่งๆ ก้อสวดได้แม่นรวบเป๊ะ...อิอิ
ทีนี้ ตอนที่เอามาสวดอ่ะ ไม่รู้หรอก...
มารู้ตอนหลัง ที่น้องบอกว่า บทที่ให้ไปสวดเป็นบทสวดที่เค้าว่าสวดแล้วดีกับตัวเองมากๆ
เราก้อฟังแล้วก้อ อือๆ....เฉยๆ
เพราะ ไม่ได้หวังอ่ะไรอยู่แล้ว อยากให้จิตใจสงบ และให้บุญกะคนรอบข้างเท่านั้น
แต่ไปๆมาๆ....ก้อกลายเป็นว่า
มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา...
เริ่มจากไฟล์ดูไบสามวันติด
ก้อเปลี่ยนเป็นไปแมนเชสเตอร์ และ มิวนิคแทน
แถมให้เงินบวกให้ เพราะดึงออฟเราไป
มีคนมาขอสว๊อปไฟล์ ให้โรม...แต่อันนั้นเราทำไม่ได้อ่ะ
แล้วไฟล์กรุงเทพ ที่ไปขอแลกเอาไว้ เพราะจะไปหาสเต....ในที่สุดก้อมีคนยอมแลก
ดีใจสุดๆเลย
จะว่าเป็นเพราะสวดมนต์ รึเปล่า....กอไม่รู้
แต่ด้านตัวเราเอง ก้อพยามสุดริดเหมือนกัน เรื่องสว๊อปไฟล์
ตั้งแต่ส่งไปขอสว๊อปทางตู้จดหมายเรียงตัวลูกเรือ
นับๆ แล้วเกือบยี่สิบฉบับได้ที่หย่อนไป..
โพสลงเวป
โพสลง msn
แปะบอร์ด
ถามผ่านเพื่อน....
จะบอกว่า ทำทุกอย่างที่บอก...แต่ก้อเงียบ.....หายไปสองอาทิตย์
ไม่มีใครแลกได้
ติดนั่นนี่โน่น...
ตอนนั่งกินสตาร์บั๊กอยู่คนเดียวที่วอชิงตัน..
คิดแล้ว ก้อร้องไห้...(อีกระ)
ตอนนั้นรู้สึกว่า ทำไมมันเหนื่อยแบบนี้...
ทำไมมันยากจัง
แล้วก้อส่งเมสเสจไปหาสเต ว่าทำไมๆๆๆ
ทำไมต้องเป็นแบบนี้
ทำไมอยากกอดแต่ก้อกอดไม่ได้
ตกลงนั่งแดก ฮ๊อตช๊อกแล๊ตวันนั้นไม่หรอ่ยเลย
เลยพาลจะไม่กินฮ๊อตช๊อกแล๊ตที่เมกาอีกแล้ว
หร่อยสุดอังกิดไม่ได้...
ว่าไปโน่น...
ไปๆมาๆ..วันนี้กลับจากวอชิงตัน...
ตารางก้อเปลี่ยน...
มีคนยอมแลกด้วย....กะไฟล์กุงเทพอีกวันั
ตกลงก้อได้ไปหาสเต สามวันสามคืน อย่างที่หวังไว้จิงๆ..
แถมได้กลับบ้านอีกต่างหาก...เริดมากกกค่ะ
ดีใจจังเลย...
จะได้เจอกันแล้วน้า amore...
หก วัน เท่า นั้น....
ฮิฮิ... June 14 ..มิวนิคที่ไม่คาดฝัน และ สั้นสุดตรีน..วันก่อน หลังจากกลับจากแมนเชสเตอร์
วันถัดมา มี Standby ตอนเที่ยง
ไอ้เราก้อเนิบเนียบ นั่งอัพสเปสถึงตีสี่
กว่าจะนอนก้อคงตีห้าได้..
เจ็ดโมงเช้าเมสเสจมาระ...ให้เช๊คโรสเตอร์
เราก้อ...เออ คงไปดูไบห่าไรซักอย่าง แต่เวลาสแตนบายชั้นเที่ยงนี่นะ
เอา นอนเนียนต่อไป
สิบเอ็ดโมง...ไอ้ห่า..มาอีกระ..
โรสเตอร์ยูเปลี่ยนนะจ๊ะ เช๊คด้วย
อารายวะ...ง่วง ไม่สนใจ นอนต่อ..
เที่ยง สามนาที...คราวนี้เป็นโทรศัพท์ดังเลยครับท่าน
สรรกมล ยูโดนพูลเอ๊านะ...ไปมิวนิค รถไปรับในครึ่งชม.
โอ้ววว เด้งเลยดิ กรู..
น้ำเนิ้ม ไม่อาบ ขี้ เยี่ยวแทบไมได้ทำ
ข้าวไม่ได้กิน
ไปถึง เค้าบริ๊ฟกันเสร็จไประ
สบายไป เดินขึ้นเครื่องเชิบๆ
ผู้โดยน้อยมากกก 60 คนได้ ทั้งไปแระกลับ
เนิบเนียบสุด แต่งหน้า ทาเล็บกันใหญ่..
ไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่มีรูปใดๆมาฝาก
เพราะไปนอนที่นั่น สั้นมาก 15 ชม.เอง
กุนอนก้อปาเข้าไปสิบสองแระ..
โอกาสหน้าระกัน....คราวนี้ขอยาวๆน้า พี่โรสเตอร์
มีคนมาขอสว๊อปไฟล์โรมกะเราและ
ปัญหาคือ เค้าขอให้เราเป็นคนขอ
คือ การแลกไฟล์ที่นี่ แลกได้เดือนละสองครั้ง... เราขอได้ทีนึง คนอื่นมาขอเราได้อีกทีนึง
เจ๊คนนี้แกบอกว่า แกขอแลกไปแล้วเดือนนี้..
ต้องให้เราเป็นคนขอ..
แต่เราเอง เราก้อต้องไปขอแลกไฟล์เพื่อจะกลับจากมิลานได้ช้าลง
สรุปแล้ว ตอนนี้ยังค้างเติ่งอยู่ ไม่รู้จะทำยังไงดี...
ปวดกบาล...
วันก่อน ไปเที่ยวเริงร่ากะเตย น้องนัตสุ ลุคก้า ซาลิม และเพื่อนๆพวกมันที่ริดเจส
มีเพ่อนสเตฟาโน่ คนนึงไปด้วย จำชื่อไม่ได้
มารุ่มร่ามเรา จะเอาเราไปเต้นแบบแนบๆอยู่ได้
ตอนแรกๆ เราไม่เมา ก้อเลี่ยงดีๆ
พอตอนผับจะปิด มีการบังคับให้เรากอดมันเต้น
เราก้อไม่ยอม...
แอลกอฮอล์เข้ากระแสเลือดแบบนี้ ไม่รู้จักกุซะแล้ว
เราเรย กรี๊ดๆๆๆๆ บอกว่าชั้นไม่เต้นแบบนี้กะใครนอกจากแฟนชั้นเท่านั้น
อย่ามาแตะต้องตัวชั้นนะ..
แล้วก้อวิ่งหนีไปร้องไห้ที่โต๊ะ...
555+ ปกติอ่ะ..ไม่ร้องหรอก...กุเมาไง ร้องไห้ใหญ่เลย
ลุกก้ามาปลอบใหญ่...555+
ผับเลิก ไปซื้อซุป แซนวิช ไปกินกันต่อบ้านลุกก้า
ไอ้เราอะอยากกลับบ้านเพราะมีนัดไปขอวีซ่าวันรุ่งขึ้น
แต่พวกสาวๆหิว ก้อเลย...อ่ะ ก้อได้
กลับถึงบ้านหกโมงเช้า ตื่นมาแปดโมง...ไปออฟฟิต สถานฑูต
ม่ายยก๊อด ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะตื่นได้..
อึดสุด...
กลับมาคุยกะสเต เล่าให้ฟัง..
โกดมากกกกกกกก เรืองเพื่อนเค้า
ถามเราอยู่ได้ว่าชื่ออ่ไร ไอ้กุก้อจำไมได้
เลยบอกให้ไปบอกลุกก้านะ ว่าให้ทำอ่ไรซักอย่างกะไอ้คนนี้
และเดือนตุลา เค้ากลับไป เค้าจะกลับไป fuck this guy
baby if u not tell luca to fuck this guy, i will be very angry..u know that right??
จ้า...พ่อ
พอเล่าให้ฟังว่าไปบ้านเก่าเค้ามา ไปกินแซนวิช แล้วกลับบ้านหกโมงเช้า..
งงไปเลย..เพราะเฮียแกโกดอีกระ
บอกว่า Baby i dont want u to go to my house..
อ่าว...ไมอ่ะ
because u r drunk and i dont trust on anyone else...
อ่าว เอ้ย....ซวยเลย
ไอ้เราก้อนึกว่า บอกว่าไปบ้านเก่าเค้ามา น่าจะดีใจ
แต่ไม่เป็นไร หึง แปลว่า รัก อิอิ...
เราเลยบอกเค้าว่า hey piccolo, at least u can trust on my,arn't u?
..of couse baby i love u i trust on u...but i dont trust anyone else..
จ๊ะๆๆ...พ่อ
เป็นหำอ่ะไรเนี่ย
งงเรย...
ตั้งแต่คบสเตก้อเป็นเด็กดี..
ใครจะมานู่นนั่นนี่ ไม่เคยเรยนะ เราบอกเค้าว่าไม่ต้องห่วง เราไม่ได้เมาขนาดนั้น
และไม่มีทางทีเราจะมีใคร เรารักเค้าเท่าไหร่เค้ารู้ดี
เค้าก้อเงียบ บอกขอโทษ..
เอ่อ...
คุยกันรู้เรื่องหน่อย
พรุ่งนี้ไปวอชิงตันอีกระ..
ดี ดี..ขอให้ร่ำขอให้รวยนะค๊า
ขอให้ได้ แบบนี้ทุกเดือนไปนะคร๊า
จุ๊บๆ
June 10 ..แมนเชสเตอร์ กับ การทะเลาะครั้งใหญ่กะสเต..เกิดอ่ะไรขึ้นก้อไม่รู้
อยู่ดีๆโรสเตอร์ก้อเปลี่ยนเอาดูไบมหากาฬ สามวันติดออก
แล้วถวาย แมนเชสเตอร์มาให้.... งงไปเรย
ปกติ ไม่เคยยยเรย ที่จะโดนเปลี่ยนโรสเตอร์แล้วได้ที่ดีกว่าเดิม
ไปแมนเชสเตอร์คราวนี้ ตื่นเต้นเป็นพิเศษ
เพราะได้ข่าวมา ว่าโรงแรมใหม่ ไฮโซมากกก
แถมอยู่ใจกลางเมือง
ไม่ต้องนั่งรถไฟให้เมื่อยตุ้ม เดินหาห้องให้เมื่อยตีนเหมือนโรงแรมเก่า
ครั้งล่าสุดที่ไปปีที่แล้วโน้นนน....ตอนนั้นไป ยังมีหนุ่มรัสเซียนั่งรถไฟมาจากลอนดอนมาหาอยู่เลย ชิ
ตอนนี้ จะลุ้นให้หนุ่มที่ไหน นั่งรถไฟมาหาอีกคงยาก
เฮ้อ....
พอเช๊คอากาศ
โอ้ยยยยย อากาศก้อเป็นใจ ไม่มีฟ้าฝนคึกคะนอง ท้องฟ้าโปร่งใส
เลยจัดชุด....(จิงๆมันอยู่ในกระเป๋ามาตั้งแต่วอชิงตันแระ..หึหึ) เอาไปไว้เดินกลางวันแรดๆที่แมนยู
(ซึ่งจิงๆแล้วก้อชุดเดิม จะพูดให้ตื่นเต้นทำไมเนี่ย)
ไฟล์...จำได้ว่าคราวที่แล้วเหียกมากกก
เหมือนเดินไปแมนเชสเตอร์ยังไงอย่างงั้น
ผู้โดยขอแดกเยอะมากกกกกกกกกกกกก
คราวนี้ ไม่แฮะ...ว่าง่าย กินง่าย นอนง่าย
สบายโครตตตตตตตตตตตตตตต
ไปบินกะน้อง kate น้องผินเคยบินด้วยกันไปฟิลลิปปิน มะปีที่แล้ว สนุกมากกกก
น่ารักสุด....
พอไปถึง...โอโห..
โรงแรมสวยชิงๆ เป็นแบบว่าแอนทีก ตามสไตล์ที่เราชอบ ผสม โมเดิร์นหน่อยๆ
ข้างหน้าโรงแรม...ดูเก่า เก๋ากึ๊กมาก ด้านข้าง
มาถึงห้องแย้ว
เจอกระจกบานยักษ์ เป็นตู้เสื้อผ้าด้วย...ถ่ายไว้หน่อย
โคมไฟ เก๋ไก๋ น่ารักดี แต่ทีวี นี่เดิ้นสุด แอบลาวนึกว่ามีคอมพิวเตอร์ให้เล่นด้วย หึหึ
บรรดาของใช้ที่เค้าจัดไว้ให้
ห้องนอน...จะเตียงใหญ่ทำไมเนี่ยะ... ห้องน้ำ...ชอบโทนสีแฮะ..
มาถึงเช้าจัด ห้างร้านต่างๆยังไม่เปิด
เลยนอนดูนั่นดูนี่...จนสิบเอ็ดโมงเลยเสด็จลงจากพระบรรทมสู่เบื้องล่างได้
แต่งตัว เส็ด...เยื้อย่างสู่เบื้องล่าง...พรมสวยแฮะ
ไปทางไหนดีแฮะ...
เติมพลังก่อนระกัน...hot chocolate with wipcream at Starbucks..พลาดไม่ได้
ตึกนี้ ตั้งใจถ่ายมาฝากเพื่อนถาปัด..เก๋ดี
เดินออกไปด้านตรงข้ามโรมแรม เจอลานกว้างมากกก...แล้วก้อมีคุณ tower นี้หล่ะ
หน้าตาเหมือน Big ben ที่ลอนดอนมากๆ... แต่อีนี่ แมนยูค่า
บรรยากาศ รอบลาน... วันนี้แสงสวย ถ่ายรูปแล้วสวยจัง.. (แหะ แหะ ไม่มีใครชม ชมตัวเองก้อได้เว้ย)
เดินผ่านลานกว้าง ออกไปทางตรงข้ามอีก...
อย่างไม่คาดฝัน...
เราเจอ...
เจอ....
เจอ....
Piccolino ของเรา...
ไหงมาอยู่นี่ได้อ่า...ห์
ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ให้ Piccolino ตัวเป็นๆดู
คาดว่าน่าจะเป็นร้านอาหารอิตาลี่อ่ะ...เพราะสเตบอกว่า จิงๆแล้ว Piccolino ภาษาอิตาลี่แปลว่า เล็กๆ littleๆ
เค้าเรยเรียกเราว่า Piccolina เหมือนแบบอ่ะไรเล็กๆน่ารักๆ...
อ่ะ...เอาเป็นว่าความหมายดีแล้วกัน..เป็นพอ..อิอิ
พอเดินไปเรื่อยๆ ก้อสังเกตเห็นว่าต้นไม้เค้ามีอ่ะไรล้อมรอบด้วย...
พอไปมองใกล้ๆ อุ้ย น่ารักแฮะ...เป็นคุณกรอบต้นไม้ ดีไซน์เก๋ใก๋
น่าจำไปใช้เมืองไทยมั่งน้อ...
คุณกรอบต้นไม้.... มองใกล้ๆลายสวยทีเดียว
รูปปั้นอันนี้เก๋ดี เป็นสไตล์กลมๆ กลมมนไปหมดเลย..
ข้างในเป็นอ่ะไรซักอย่างที่เกี่ยวกะเด็กซักอย่าง
ติดใจตรงรั้ว สวยน่ารักดี...เงาตกกระทบที่พื้นก้อสวย..
ถ่ายเก็บๆๆ หุหุ
คุณ Hall ใหญ่โตเชียว
โรงแรมไม่ไกลกันนัก...ชอบตรงทางเข้า
ทำเรียบๆ เป็นปูนเปลือย คานทิลิฟออกมา ฝ้าเจาะเป็นหลุมๆ
ติดกระจกเรียบๆ สีออกโทนเขียวๆ
ดูเรียบหรู ดูดี ทีเดียว
อันนี้ถ่ายมาเพราะเห็นว่า ตึกสามตึกสี่ตึก
แตกต่างกันสุดขั้วเรย...
อ่ะไรแบบนี้จะเห็นอยู่ทั่ว UK เลย
คือ mix กันไปหมด..ทั้งที่ลอนดอน และ สก๊อตแลนด์ด้วย
เดินจนรู้สึกว่า ขาเปลี้ยมากแล้ว ไม่ไหว
เลยไปแวะซื้อบัตรโทรศัพท์ เพราะบัตรโทรศัพท์ที่ลอนดอนถูก
กะว่าไว้โทรหาสเต ตอนขึ้นไป
สรุปแล้วซื้อมาห้าปอนด์ ได้ประมาณร้อยยี่สิบนาที...ถูกป่าววะ
เปลี่ยนเสื้อ เตรียมนอน..หมดแรง..
ก่อนนอน เวลามันได้พอดี..โทรหา สเตซะหน่อย ลองการ์ดๆ
ปรากดว่า เสียงชัดเจน เริดมากก ดีกว่าโทรเนตอีก
ไว้คราวหลังไปซื้ออีกดีก่า..
แต่...คุยกันที่ไหนได้..เป็นเรื่องราว
คือ ไอ้เราอ่ะ สังเกตมาหลายวันแล้ว ว่าพี่แกแปลกๆ นิ่งๆ
ไอ้เรามันก้อตัวนอยระดับโลก...ก้อคิดไปสิ
อีเพื่อนที่นี่ก้อยุ บอกว่าอยู่ไกลกันอย่าไปอ่ะไรมาก
ไปบินกะพี่ดีดี้ก้อบอกว่า เค้ายังเด็กขนาดนี้ บอกตรงๆ ไปไม่รอดหรอก เค้าไม่หยุดหรอก
แม่ก้อบอก ว่าอย่าไปอ่ะไรมาก เค้ายังเด็ก
กุก้อเอาเลย..คิดไปโน่นนั่นนี่
วันนี้ สเตเสียงเยือกเย็นจัด
ถามก้อบอกไม่มีไร เหนื่อย..
ไรวะ... เออๆๆ วางหู ไปพักไป..
ก้อนิ่งๆอีก...
วางหูไป อยู่ไม่สุขแล้ว น้ำตาไหล
เค้าต้องเป็นอ่ะไรแน่ๆ มีใคร หรือ เบื่อเราแล้วรึเปล่า
กุ...โทรหาอีกที...ซัดถามแม่งเลย
Baby... u still love me??
Ha??... baby!!! wot u ask me??!!???????
โอโห....ไม่สามารถพิมออกมาได้เลย
โดนนนนนด่า...แบบว่า ด่าจนหงิด
จบด้วยคำว่า
Plz dont ask this stupid question again!
Im really mad.. i crazy from my work and now i crazy coz u..
can u call me back again tonite.. i can't talk now
ฮ่วย!!
อ่ะไรวะ ไม่เห็นต้องด่าเลย
ก้อกุนอยนิ...
นอนร้องไห้ต่ออีก กุ..
นอยหนัก...ทำไมต้องด่ากุเนี่ยะ
ไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดด
แต่ก้อรู้สึกผิด เพราะเค้าบอกว่า เค้ามีปัญหาหนักมาก ที่ทำงาน
ยังไปหาเรื่องให้เค้าอีก
แต่ใจนึกก้อโกด....
หงึ หงึ..
ตกกลางคืน กินมาม่าอิ่มแล้ว..
โทรหาใหม่..
เตรียมใจ ว่าต้องโดนด่าชุดใหญ่แน่
แต่ก้อเตรียมสวนกลับไปแล้ว ชิ...
ปรากดว่า ผิดคาด...
พอรับโทรศัพท์มา..เป็นนเสียงคนอิตาลี่ที่พยามพูดภาษาอังกิด
ว่าให้รอแว๊ปนึง สเตทำงาน กะลังล้างมืออยู่
เราก้อรอ...
amore....Im sorry...
อ่าว...
ผิดคาด
ขอโทดกุซะงั้น
เค้าบอกว่า เค้าขอโทดตอนกลางวันเค้าประสาทเสียกับงานมาก
เค้ามีปัญหากะหัวหน้าเค้า
หัวหน้าเค้าเหี้ยมาก
ด่าๆๆเค้าด่าทุกคนตรอด กดทุกคนตรอด
เค้าอึดอัดมาก โกรธแต่ทำอ่ะไรไม่ได้
อยากลาออก แต่ก้อเสียดายเพราะเชฟใหญ่มีชื่เสียง และเป็นคนดี
คนที่นี่ สถานที่ เพื่อนฝูงก้อดี
แค่ไอ้ห่านี่คนเดียว...
เค้าเลยเครียดๆๆๆ ทุกวัน
มาถึงวันนี้ เค้ารู้สึกไม่ไหวแล้ว...พอเราโทรไป เค้าก้อฝืนคุยแบบร่าเริงไมได้
พอเรามาถามว่าเค้ายังรักเรามั้ย เลยปี๊ด
พูดอ่ะไรแย่ๆ โง่ๆออกไปเต็มไปหมด...
เค้าขอโทษ ไม่ใช่ความผิดเราเลย อย่าโกรธเค้า อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ
เออ..
งงไปสามวินาที..
บอกว่าเราเองก้อขอโทษที่ไม่ได้ถามอ่ะไรให้ดี
แถมยังแอบไม่ไว้ใจ คิดไปไหนๆ
ไม่ได้คิดเลย ว่าเค้าจะมีปัญหามากมายขนาดนี้
แต่ก้อแอบว่าไป บอกว่าทำไมไม่รู้จักเล่าให้ฟังบ้างเลย
เห็นเค้าเปลี่ยนไป ใครจะรู้ว่ามันเกิดจากเรา หรือจากที่ทำงาน..
เค้าก้อบอก ใช่ เราพูดถูก เค้าโมโห ไม่ได้คิดอ่ะไรเลย
พอมานั่งคิด แล้วก้อรู้ว่า เราจะรู้ได้ยังไง
แต่เค้าไม่ได้เล่าอ่ะไรให้ฟัง เพราะไม่อยากให้ไม่สบายใจ
เรา หรือ กะแม่เค้า เค้าไม่ได้เล่าอ่ะไรให้ฟังเลย บอกแต่ว่าสบายดี
เราเลยบอกว่า...
im ur girlfriend not your mom..
I dont want to know that u r ok..
I want to eveything that happen to u
I want to share if you r sad or happy
I want to stay beside you and fight with you I dont want you to fight for me...
สเตนิ่งไปสามวิแล้วบอก
I love you baby...
หงึ...
เอาเป็นว่าคืนดีกันตั้งแต่บัดนั้น..
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..บทสนทนาของสเต คือการด่าไอ้หัวหน้าคนนั้น
555+
เอ่อ...
คุยเรื่องของเราบ้างก้อได้นะ...ไอ้บ้า
อิอิ..
I love you too..baby
ปล. สรุปแล้ว ไอ้ห่าการ์ดโทรศัพท์ที่ซื้อมา
ซื้อมาเพื่อการทะเลาะครั้งนี้เลย
ทะเลาะ ง้อเส็ด...ตังหมดพอดี๊....
เวง....-__-" June 04 ..Nice weather in Washington with my blue feeling..Now im in DC..
the weather in this time is very very nice..
sunshine.. but nice cold wind..
so,I decide to not go out for shopping at Tyson mall like usual..
..for first reason.. I just spend $350 more for shopping in many stupid shit things..
which are when i came back, looked at them and just feel like "f***! wot's the hell make me bought this f***ing things!!!"
..second.. I need to save my little salary for some reason..
..third..I have another DC waiting for me on 15th.. and I ll fly wit Oui who is veeery nice couple for shopping..
..and the last reason.. Im not in the feel like wanna go out..
I feel so upset from my lovely roster..
as u can see from last blog.. i havn't got Rome or any Italy..
Now, I feeling soooo blue..
hey..dont bored at me... but..
i miss Ste so much..
and seem like no one can help me about this..
nobody want to swap flight with me..
or someone who has flight, just keep their mouth shut..
or if they are willing to do, they aren't able to do that..
coz i hav 777 boeing..which is difficultly to swap with anyone..
I don't know maybe god doesn't want us to see each other??
I try and try my best.. i try to do everything i can..
but seem like it's very very difficult...
no way is easy for me...
I feel tired..
I wanna cry everytime to thing about us..
I cry eveytime that talk with Ste about how to see each other..
I got nightmare almost every night.. and wake up about 3-4am every morning..
He said because of my mind is not clear..
He said let's take it easy and dont worry about anything..
He said dont worry about him, he loves me and waiting for our time also..
I know that..
but..
I just wanna hold his hand.. hug, kiss and stay beside him..
just wanna see he smiles and says he loved me in front of me..
just want him to hold me and hug me like he will never leave me..
I wanna see him..
and this's so f***ing hard time for me..
plz anyone.. im so sick about this f***ing distance..
plz let's us see each other..
plzz....
June 01 ..หุดหิด..หุดหิด...
ตารางเดือนหน้าก้อไม่ได้ถึงกะเหี้ยหรอกนะ
สองวอชืงตัน หนึ่งกรุงเทพ โจฮันเคปทาว..
แต่ประเด็นคือ...ไม่มีโรม
ไม่มีแม้แต่มิลาน..
ไม่มีอ่ะไรที่จะทำให้ไปหาสเตได้เลย
แต่...มีสามเดย์ออฟ..
นี่...กุต้องเสียเงินไปเท่านั้นชิมิ๊....
เฮ้อ....
ว่าจาประหยัดๆๆ
เพิ่งไปวอชิงตันกลับมา...
เจอ sale season เข้าไป...
หมดไป.....อย่าพูดถึงตัวเลขเลย..
ไหนว่า sale ไง..
เสียตังค์มากกว่าไม่เซลอีก...
หงึ..
สเตบอกว่า...จะยอมไม่เทคออฟสองอาทิตย์
เพราะขอหยุดสามวันติดวันที่เราไป...
แล้วก้อทำงานเยี่ยงทาส เช้าจรดเย็น
เหนื่อย...กลับมาก้อนอน
ไม่ค่อยได้คุยกัน..
ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีเนี่ย..
เหนื่อยจัง...
ทำไมเราต้องอยู่ห่างกันด้วยเนี่ยะ..
ทำไมต้องไม่มีอินเตอร์เนตที่โรงแรมเธอ
ทำไมตองอยู่ห่างไกลความเจริญขนาดนั้น..
ทำไม ทำไม ทำไมวะ...
ห่างกัน อินเตอร์เนตก้อไม่มี ทำงานก้อหนัก..
เฮ้อ.....อ
เด๋วแม่ก้อย้ายไปอยู่มาดากัสก้าแม่งซะเลย...
|
|
|